104 หมู่ 5 ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี 76130 0 3245 8284 thamairuak_thamairuak@hotmail.com

thamairuak.png
thamairuak.png
wad.png
wad.png
previous arrow
next arrow

โครงการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม

โครงการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล  ข้าราชการ  พนักงาน  เทศบาลตำบลท่าไม้รวก 

          เมื่อช่วงเช้าวันที่ ๑๕ มกราคม  ๒๕๖๓ นายมานะ ภุมรา ปลัดเทศบาลตำบลท่าไม้รวก นำพนักงานและลูกจ้างในสังกัด เข้าร่วมพัฒนาทำความสะอาดสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองชุมแสง หมู่ที่ ๔ ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับจิตอาสาพระราชทานในตำบลท่าไม้รวกกว่า ๑๐๐ คน ตามโครงการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล  ข้าราชการ  พนักงาน  เทศบาลตำบลท่าไม้รวก 

 

ศาสนสถาน

เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 06 เดือน กุมภาพันธ์ ปี 2510 วันรับวิสุงคามสีมา ปี 2511 เป็นศูนย์รวมจิตใจและศูนย์การ ประกอบพิธีทางศาสนา และวัฒนธรรม ของบ้านหนองชุมแสง , บ้านดอนขุนห้วย เป็นวัดฝ่ายมหานิกาย ประเภทวัดราษฎร์ สถานที่ตั้ง หมู่ที่ 4 ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
ชื่อบุคคล/หน่วยงานอ้างอิง เทศบาลตำบลท่าไม้รวก ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี รหัสไปรษณีย์ 76130 หมายเลขโทรศัพท์ 032-458284
ค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ 12.87522198343655, 99.84188782386495

   

เริ่มก่อตั้งเมื่อ 13 เดือน ตุลาคม ปี 2529 เป็นศูนย์รวมจิตใจและศูนย์การ ประกอบพิธีทางศาสนา และวัฒนธรรม ของบ้านท่าลาว , บ้านไร่หลวง เป็นวัดฝ่ายมหานิกาย ประเภทวัดราษฎร สถานที่ตั้ง 107 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
ชื่อบุคคล/หน่วยงานอ้างอิง เทศบาลตำบลท่าไม้รวก ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี รหัสไปรษณีย์ 76130 หมายเลขโทรศัพท์ 032-458284
ค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ 12.832602534685044, 99.8038272927571

   

 

เริ่มก่อตั้งเมื่อ ปี 2531 วันรับวิสุงคามสีมา วันที่ 15 เดือน มกราคม ปี 2557 เป็นศูนย์รวมจิตใจและศูนย์การ ประกอบพิธีทางศาสนา และวัฒนธรรม ของบ้านหนองเตียน , บ้านท่าไม้รวก เป็นวัดฝ่ายมหานิกาย ประเภทวัดราษฎร์ สถานที่ตั้ง หมู่ที่ 2 ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
ชื่อบุคคล/หน่วยงานอ้างอิง เทศบาลตำบลท่าไม้รวก ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี รหัสไปรษณีย์ 76130 หมายเลขโทรศัพท์ 032-458284
ค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ 12.886642501195896, 99.82258629009733

 

พระครูพิพิธพัชรศาสตร์ (จ้วน จนทศิริ) เป็นศิษย์เอกหลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง
นามเดิม นายจ้วน กล่อมใจ เกิดวันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2463
บิดาชื่อ นายจุ้ย กล่อมใจ
มารดาชื่อ นางเหลื่อน กล่อมใจ
นามฉายา “ จนทสิริ” ปฐมวัยและการศึกษาเป็นคนมีนิสัยร่าเริงแจ่มใส ชอบร้องเพลงมีความโอบอ้อมอารี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
พ.ศ. 2476 เริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดท่าคอย พร้อมทั้งช่วยเหลือบิดา-มารดาประกอบอาชีพคือ ทำนา ทำไร่ ชอบสัตว์มากที่สุด คือ วัว มีวัวคู่ใจชื่อ จี่ เคยใช้ไม้ตีวัว ไม้หักกระเด็นเข้าตาซ้ายจึงทำให้ตาซ้ายพิการ
อุปสมบท เมื่อถึงเกณฑ์อุปสมบท ก็เข้าอุปสมบทตามประเพณี ณ วัดท่าคอย ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม 2484 พระอธิการชัน วัดอรัญญาราม ตำบลมาบปลาเค้า อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการผิว วัดตาลกง ตำบลมาบปลาเค้า อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระกรรมวาจารย์ และพระอธิการรวม วัดท่าคอย ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระอนุสาวจารย์
ลำดับการจำพรรษา
-เข้าอุปสมบทที่วัดท่าคอย และจำพรรษาอยู่ 3 พรรษา
-ได้จำพรรษาที่วัดโตนดหลวงกับหลวงพ่อสุข อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อยู่ 4 พรรษา เพื่อศึกษาวิชากรรมฐาน
-ได้ธุดงค์ไปจำพรรษาที่ถ้ำเขาปินะ คืนที่ 3 เสือมากวนตะกุยดิน ใส่กรด แล้วไปภูเก็ต นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส
-จำพรรษาที่วัดเกาะหงษ์ อำเภอปากน้ำโพธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ 1 พรรษา เพื่อศึกษาวิชาต่อกระดูกกับหลวงพ่ออินทร์ พอออกพรรษาขึ้นเมืองเหนือ ไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่
-กลับมาเยี่ยมอาจารย์ที่วัดท่าคอย แล้วไปเยี่ยมอาจารย์ที่วัดโตนดหลวง แล้วจำพรรษาที่วัดโตนดหลวง เรียนวิปัสสนาต่ออีก 1 พรรษา พอออกพรรษาตั้งใจจะธุดงค์ไปพม่า ผ่านทางวัดเขาลูกช้างและเขาตาหม้อ ไม่พบทางลงถ้ำจึงกลับมาพักที่เขาลูกช้าง ซึ่งมีศาลาอยู่ 1 หลัง พบตกกลางคืนได้พบนิมิตรดี และได้มีญาติโยมนิมนต์ไปอยู่ที่วัดเขาลูกช้าง
-อยู่ที่วัดเขาลูกช้างๆได้เจอกับช้างดำใหญ่ จึงต้องไปเรียนวิชาต่อที่วัดเวียงทุนกับหลวงพ่อแก่น อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี แล้วกลับมาเขาลูกช้าง
-ไปรักษาตัวอยู่ที่วัดถ้ำแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี 1 พรรษา
-ได้กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดท่าคอยอีก 2 พรรษา
แรงบันดาลใจที่ทำให้ตัดสินใจสร้างวัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง
1. จากชาวบ้านที่นิมนต์ไปอยู่ที่นี่ ท่านจึงกลับไปวัดท่าคอยเพื่อปรึกษาครู-อาจารย์ และชาวบ้านในการตัดสินใจสร้างวัด ฝ่ายสงฆ์เห็นสมควรจึงจัดขบวนแห่งหลวงพ่อจ้วนมา ณ เขาลูกช้าง โดยจักรยาน
2. หลวงพ่อสุข วัดโตนดหลวง และหลวงพ่อรวม วัดท่าคอย ให้การสนับสนุน
3. เกิดธรรมปีติที่เขาลูกช้าง
4. ทำสมาธิโดยการนั่งกรรมฐาน เกิดนิมิตเห็นม้าสีหมอก มีเครื่องทรงเป็นทองคำ ถือว่าเป็นนิมิตดีที่จะสร้างวัดได้สำเร็จ
5. สถานที่ เหมาะที่จะศึกษาธรรมะ เพราะเป็นที่เงียบสงบ
วิทยฐานะ
- พ.ศ. 2479 สำเร็จวิชาสามัญประถมปีที่ 4 โรงเรียนวัดท่าคอย
- พ.ศ. 2484 สอบได้นักธรรมตรี
- พ.ศ. 2485 สอบได้นักธรรมโท
ตำแหน่งตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
- พ.ศ. 2494 เจ้าอาวาสวัดเขาลูกช้าง
- พ.ศ. 2509 เจ้าคณะตำบลท่าคอย เขต 2
- พ.ศ. 2522 เจ้าคณะอำเภอท่ายาง
ตำแหน่งตามสมศักดิ์
- พ.ศ. 2503 พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี
- พ.ศ. 2506 พระครูสัญญาบัตรชั้นโท
- พ.ศ. 2512 พระครูสัญญาบัตรชั้นเอก
- พ.ศ. 2517 พระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ
การเผยแพร่พระพุทธศาสนา
- พ.ศ. 2495 เป็นครูสอนปริยัติธรรม เป็นเจ้าสำนักเรียน จัดตั้งศูนย์พุทธศาสนา วันอาทิตย์เพื่ออบรมเยาวชนให้มีความรู้ ความเข้าใจในพุทธศาสนา
- พ.ศ. 2500 ได้เทศน์อบรมประชาชน และนักเรียนประชาบาลในอำเภอท่ายางเป็นครั้งคราว
- พ.ศ. 2502 เป็นกรรมการอำนวยการสอบธรรมสนามหลวง สนามสอบอำเภอท่ายาง เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง
การปกครอง
- พ.ศ. 2505 ได้ช่วยเหลือราชการตำรวจ นำนายจันทร์ เพชรทิพย์ (เสือจันทร์) เข้ามอบตัว
- พ.ศ. 2506 ได้ช่วยเหลือราชการตำรวจสันติบาล กอง 2 โดยให้ความร่วมมือป้องกันปราบปรามคอมมิวนิสต์
ด้านการศึกษา
- สร้างอาคารเรียนบ้านท่าลาว 1 หลัง แบบ ป. 1 ข. เป็นเงิน 14,000 บาท
- สร้างอาคารเรียนโรงเรียนบ้านหนองชุมแสง 1 หลัง แบบ ป. 1 ข. เป็นเงิน 220,000 บาท
- สร้างอาคารเรียนโรงเรียนหนองเขาอ่อน 1 หลัง เป็นเงิน 80,000 บาท
- สร้างอาคารเรียนโรงเรียนบ้านหนองโรง 1 หลัง เป็นเงิน 100,000 บาท
- จัดหาเงินสมทบสร้างอาคารเรียนโรงเรียนหนองเตียนเป็นเงิน 10,000 บาท
- ติดต่อขอที่ดินสร้างอาคารเรียนโรงเรียนบ้านหนองเตียนเป็นเงิน 12,000 บาท
- สร้างอาคารเรียนชั่วคราวให้โรงเรียนบ้านเขากระปุก 1 หลัง เป็นเงิน 3,000 บาท
- จัดซื้อสมุด ดินสอ แจกแก่เด็กนักเรียนเป็นเงิน 2,500 บาท
- ให้ทุนแก่นักเรียนที่ยากจนทุนละ 1,200 บาท 2 ทุน 2,400 บาท
- มอบเงินเข้ามูลนิธิการศึกษาโรงเรียนท่ายางวิทยา 1,000 บาท
- มอบยารักษาโรคให้แก่โรงเรียนต่าง ๆ ในกลุ่มหนองชุมแง 6,000 บาท
- มอบถังใส่น้ำให้แก่โรงเรียนวัดท่าลาว 1 ถัง เป็นเงิน 800 บาท
- มอบถังใส่น้ำให้โรงเรียนหนองยาฉาว 1 ถัง เป็นเงิน 800 บาท
- มอบถังใส่น้ำให้กับโรงเรียนหนองโรง 1 ถัง เป็นเงิน 800 บาท
ผลงานทางด้านการคมนาคม
1. ติดต่อรถแทรกเตอร์ จาก ก.ร.ป. มาช่วยทำทาง
2. สร้างสะพานห้วยทวยล่าง สะพานห้วยทวายบน (ทางไปบ้านโรง เขากระปุก)
3. สร้างทางไปบ้านโรง เขากระปุก ระยะทาง 16 กิโลเมตร
6. สร้างถนนสาย สาระเห็ด-ท่าไม้รวก ยาว 5 กิโลเมตร
7. สร้างถนนสาย สาระเห็ด-บ้านหนองเขาอ่อน ยาว 8 กิโลเมตร
ปาฏิหาริย์ “หลวงพ่อจ้วน” เข้าฝันให้ขุดเรือเก่าอายุกว่า ๓๐ปี
อดีตพระเกจิอาจารย์ดังเมืองเพชร หลวงพ่อจ้วน วัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง เขาฝันชาวบุรีรัมย์ ให้ไปขุดเรือเก่า ริมแม่น้ำเพชรบุรีซึ่งการขุดนั้นก็พบเรือตามที่เข้าฝัน ทั้งนี้ได้มีชาวบ้านและนักแสวงโชคเดินทางไปร่วมชมกันเป็นจำนวนมาก
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่8 มีนาคม 2551 ซึ่งเป็นเรือของพระครูพิพิธพัชรศาสน์ หรือหลวงพ่อจ้วน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และอดีตเจ้าคณะอำเภอท่ายาง ที่ได้มรณภาพไปเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2525 โดยเรือที่ขุดพบนั้นอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ลักษณะเป็นเรือสร้างด้วย
ไม้ตะเคียน มีความยาวประมาณ 9เมตร เป็นเรือประมงแบบ “เรืออีป๊าบ”ที่ชาวประมงใช้ออกทะเลทั่วไป ซึ่งฝั่งอยู่ในดินลึกประมาณเกือบ 2 เมตร
สำหรับการขุดพบเรือในครั้งนี้นางสำเภา ชอบสุข อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 ม.2 ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ผู้ว่าจ้างรถแม็คโครเปิดเผยว่า หลวงพ่อจ้วนได้มาเข้าฝันพี่ชาย ซึ่งบวชอยู่ที่วัดพระพุทธบาทเขาลูกช้างว่า ให้ช่วยไปขุดเรือของหลวงพ่อที่ลูกศิษย์พายไปจมอยู่ที่บริเวณใต้สะพานเขาลูกช้างมาเก็บไว้ที่วัดด้วย พระพี่ชายจึงนำความฝันมาเล่าให้ตนฟัง
นางสำเภา เล่าต่อว่าครั้งแรกมีความคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้แต่ต่อมาตนได้ฝันด้วยตนเองว่าหลวงให้ช่วยไปขุดนำเรือลำดังกล่าวขึ้นมาพร้อมกับนำความฝันไปตีเป็นเลขเด็ดและซื้อล็อตเตอรี่และถูกมาแล้วหลายครั้ง ด้วยความศรัทธาตนจึงได้เดินทางมาที่ จ.เพชรบุรี และไปแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ อบต.ท่าไม้รวก ขออนุญาตจัดจ้างรถแม็คโคร มาทำการขุดบริเวณดังกล่าวซึ่งใช้เวลาเกือบ 2 วันจนพบเรือลำนี้
ด้านชาวบ้านที่มายืนมุงดูการขุดเรือต่างพากันไปเก็บดินที่ติดอยู่ในเรือไว้บูชา ตามความเชื่อเพื่อความเป็นสิริมงคลซึ่งก็มีประชาชนต่างทยอยเดินทางกันมาอย่างต่อเนื่อง และนำดินที่ติดอยู่กับเรือไปเก็บไว้เพื่อความเป็นสิริมงคลและนำพวงมาลัยดอกไม้ มาคล้องที่หัวเรือกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีประชาชนส่วนหนึ่ง ใช้มือลูบบริเวณลำเรือเพื่อหาเลขเด็ด ตามความเชื่อของนักแสวงโชคด้วย
จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่าเรือลำดังกล่าวจมหายลงไปในน้ำเมื่อประมาณ ๓๐ ปีก่อน ครั้งที่หลวงพ่อจ้วนใช้เป็นเรือขนไม้มาสร้างวัดในสมัยนั้น สำหรับประวัติหลวงพ่อจ้วนอุปสมบทตั้งแต่ปี ๒๔๘๔ ที่วัดท่าคอย อ.ท่ายางเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง ต่อมาได้ออกธุดงค์มาพักอยู่ที่เขาลูกช้างและสร้างศาสนสถานของวัดขึ้นจนเป็นวัดที่สมบูรณ์
อาพาธ-มรณภาพ
- พ.ศ. 2513-2514 ท่านท่านเริ่มมีอาการป่วย เช่น ไข้มาลาเรีย เป็นเบาหวาน รักษาด้วยการต้มยาสมุนไพร
- พ.ศ. 2517 เริ่มป่วยเป็นโรคไต และหัวใจ วัณโรค เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพชรบุรี
- พ.ศ. 2518-2521 หายจากวัณโรค เริ่มป่วยเป็นโรคไตอย่างรุนแรง พร้อมทั้งโรคหัวใจเรื่อยมา โดยมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่ออก นำหนักตัวลดลง เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพชรบุรี จนอาการดีขึ้น
- พ.ศ. 2522 หลังจากงานพระราชเพลิงศพพระครูทัศนียคุณ อดีตเจ้าคณะอำเภอท่ายางแล้ว ท่านมีอาการทรุดหนักลงอีก โดยมีอาการแทรกซ้อน โรคตับโต เส้นเลือดหัวใจตีบ โดยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเปาโล ณ กรุงเทพ ฯ คุณวิรุณ เตชะไพบูลย์ ถวายค่ารักษาทั้งสิ้น
- พ.ศ. 2523-2524 ท่านมีอาการดีขึ้น สามารถปฏิบัติภาระกิจได้ตามปกติ แต่ต้องเข้าตรวจร่างกายตามแพทย์นัดหมาย
- พ.ศ. 2525 ในช่วงต้นปี ท่านมีอาการปกติและอาพาธบ้าง สลับกันไป เนื่องจากมีงานพัฒนาและกิจนิมนต์มาก
- ราวกลางเดือนกรกฎาคม ท่านมีอาการดีขึ้นมาก จนดูเป็นปกติ ได้ไปประชุมพระสังฆาธิการ อบรมพระภิกษุ-สามเณร
- เดือนสิงหาคม ท่านมีอาการทรุดหนัก โรคไตและโรคหัวใจกำเริบ มีอาการท้องขึ้น หายใจไม่สะดวก มีอาการไข้หวัด
- วันที่ 4 กันยายน 2525 ท่านเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่งที่โรงพยาบาลเปาโล ได้รับการรักษามีอาการดีขึ้นเล็กน้อย
- วันที่ 6 กันยายน 2525 ตอนเช้า ฉันน้ำเต้าหู้เกิดสำลัก หายใจไม่ออก มีอาการช็อกจนต้องนำเข้าห้อง ฉุกเฉิน และอยู่ในห้องฉุกเฉินเป็นเวลาได้ 8 วัน จึงมรณภาพเมื่อวันอังคาร ที่ 14 กันยายน 2525 เวลา 6.20 น. คณะแพทย์ลงความเห็นว่าเป็นโรคหัวใจวาย นำศพกลับวัดเขาลูกช้างถึงเวลา 12.50 น. สถานที่ตั้ง 36 ซอย พิพิธพัฒนา 6ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
ชื่อบุคคล/หน่วยงานอ้างอิง เทศบาลตำบลท่าไม้รวก ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี รหัสไปรษณีย์ 76130 หมายเลขโทรศัพท์ 032-458284
ค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์
12.81349213323352, 99.80449887486319

ภูมิปัญญาท้องถิ่น+ข้อมูลทางวัฒนธรรม

ชื่อข้อมูล ฐานข้อมูลทางภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านแพทย์แผนไทย 
สาระสำคัญโดยสังเขป แพทย์แผนไทย ลูกประคบ
ชื่อปราชญ์ชาวบ้าน นางอำพร  ศิริเรือง
 

อยู่บ้านเลขที่  156  หมู่ที่  5  ตำบลท่าไม้รวก  อำเภอท่ายาง  จังหวัดเพชรบุรี

ชื่อข้อมูล ฐานข้อมูลทางภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหัตถกรรม  
สาระสำคัญโดยสังเขป ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน การทำกระเช้าจากใบมะพร้าว สานปลาตะเพียน
ชื่อปราชญ์ชาวบ้าน นางนุชนารถ  แพรเนียม
 

อยู่บ้านเลขที่  3  หมู่ที่  3  ตำบลท่าไม้รวก  อำเภอท่ายาง  จังหวัดเพชรบุรี

ชื่อข้อมูล ฐานข้อมูลทางภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหัตถกรรม  
สาระสำคัญโดยสังเขป ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน การสานเข่ง
ชื่อปราชญ์ชาวบ้าน นายสมคิด  ใจฉ่ำ
 

อยู่บ้านเลขที่  128 หมู่ที่  5  ตำบลท่าไม้รวก  อำเภอท่ายาง  จังหวัดเพชรบุรี

ชื่อข้อมูล ฐานข้อมูลทางภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอุตสาหกรรม   
สาระสำคัญโดยสังเขป อุตสาหกรรมการทำไวน์ผลไม้
ชื่อปราชญ์ชาวบ้าน นางปัทมา  สถวิรวงศ์
 

อยู่บ้านเลขที่ 116  หมู่ที่  13  ตำบลท่าไม้รวก  อำเภอท่ายาง  จังหวัดเพชรบุรี

ชื่อข้อมูล ฐานข้อมูลทางภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านเกษตรกรรม
สาระสำคัญโดยสังเขป วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์
ชื่อปราชญ์ชาวบ้าน นางสาวสุภิสาข์ มัยขุนทด
 

อยู่บ้านเลขที่ 13/1 หมู่ 7 ตำบล ท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

ประเภทฐานข้อมูลทางวัฒนธรรม

ชื่อข้อมูล ประเพณีเสนเรือน
ประเพณีเกี่ยวกับ ความเชื่อ
ความเป็นมา  
 

พิธีเสนเรือน เป็นพิธีเซ่นไหว้ผีเรือนของชนเผ่าไททรงดำ ซึ่งเป็นผีบรรพบุรุษ ได้แก่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย และบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และได้ทำพิธีอัญเชิญมาไว้บนเรือน โดยจัดให้อยู่มุมห้อง ๆ หนึ่ง ทางหัวสกัดของบ้านเป็นการสมมติไม่มีกระดูกและสัญลักษณ์ใด ๆ ว่าเป็นผีตนใด เป็นที่ว่างเปล่า     ตรงนั้นจะเรียกว่า "กะล้อห้อง” ซึ่งแปลว่ามุมห้อง ตามปกติที่ตรงนั้นจะมีถ้วยชามและแก้วน้ำตั้งอยู่และข้างฝาบริเวณนั้นจะเจาะเป็นรูกลมเท่าไข่เป็ดลอดไว้ด้วย พิธีเสนเรือนนิยมทำกันเป็นประจำแต่ละบ้านทุกปีหรือ ๒-๓     ปีครั้งหนึ่ง เพื่อให้ผีเรือนของตนได้มารับเครื่องเซ่นไหว้จากลูกหลาน เป็นการแสดงออกซึ่งความกตัญญู ระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว เชื่อกันว่าเมื่อได้จัดพิธีเซ่นไหว้ผีเรือนแล้วผีเรือนจะปกป้องคุ้มครองรักษาตนและครอบครัวให้มีความสุขเจริญก้าวหน้า ทำมาค้าขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า "เฮ็ดนาก็มีข้าวขาย เฮ็ดไฮ่ก็มีหมากไม้เต็มกอ” ผู้ประกอบพิธีกรรมคือ “หมอเสน” ส่วนผู้ร่วมพิธีได้แก่บรรดาลูกหลาน และญาติๆ รวมทั้งแขกเชิญบางครั้งมีแขกมาร่วมงาน 200 – 300 คน ญาติที่มาร่วมงาน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ญาติสืบสายโลหิต จะแต่งกายแบบธรรมดา และญาติฝ่ายเขย ฝ่ายสะไภ้ จะแต่งกายพิเศษด้วยชุด “เสื้อฮี” หรือเสื้อยาว เพื่อเป็นการเคารพผีเรือน และเป็นที่สังเกตุให้ผู้มาร่วมงานรู้ว่าเป็นเขยหรือสะไภ้

กระบวนการและพิธีกรรม         

พิธีเสนเรือนกระทำในเดือนใดก็ได้ ยกเว้นเดือน ๙ และเดือน ๑๐ ทั้ง ๒ เดือนนี้ เพราะถือกันว่าผีเรือนไม่อยู่บ้านไปเฝ้าเทวดา ดังคำกล่าว "เดือนสิบเดือนเก้าผีเฮือนต่างไปเฝ้าแถน” ดังนั้น การทำพิธีเสนเรือนในระยะ ๒ เดือนนี้ จึงไม่บังเกิดผลใด ๆ โดยปกติแล้วมักทำกันในระยะที่ว่างจากการทำนา แต่ใน   เดือน ๕ ไม่นิยมทำเพราะช่วงดังกล่าวนี้เป็นหน้าแล้ง ไม่ค่อยมีความอุดสมสมบูรณ์ในเรื่องข้าวปลาอาหารและผลไม้ การงดเว้นไม่จัดทำพิธีเสนเรือนนั้น อาจทำให้ผีเรือนของตนอดอยาก และในที่สุดผีเรือนอาจก่อความเดือดร้อนให้ตนและคนที่อยู่ในครอบครัวได้ ดังนั้นทางที่ดีจึงควรทำพิธีเสนเรือนสักครั้งหนึ่งในรอบปี หรือ ๒-๓ ปี ผีในตระกูลเดียวกันเรียกว่า "สิ่ง” เดียวกัน ผีเรือน คือ ผีที่ตายในบ้านนั้น เช่น แก่ตาย และตายดีไม่ใช่ตายโหง ผีตายเพราะอุบัติเหตุเรียกว่าตายโหงจะไม่นำมาเป็นผีเรือน ผีที่ตายในบ้านหลังจากที่เผาศพแล้วจะมีการทำพิธีอัญเชิญวิญญาณให้มาอยู่บนบ้าน เรียกว่าพิธีเรียกผีขึ้นเรือน ทุกบ้านจะมีรายชื่อของผู้ตายหรือบัญชีของผีประจำเรือนไว้เรียกว่า "ปั๊บผีเฮือน” ในวันเสนเรือนหมอเสนจะนำปั๊บผีเรือนมาอ่านรายชื่อผีเรือนเพื่อเชิญมาให้รับของเซ่นไหว้ทีละ ๑ ตน ห้องผีเรือนนี้ปกติเจ้าของบ้านจะระวังมิให้บุคคลภายนอกซึ่งไม่ได้รับอนุญาตเข้าไป ถ้าเผลอเข้าไปโดยที่เจ้าของบ้านมิได้บอกกล่าวผีเรือนถือว่าเป็นการผิดผี เจ้าของบ้านอาจได้รับเคราะห์เอง

การประกอบพิธีเสนเรือนมีขั้นตอน ดังนี้ เริ่มจาก นำส่วนที่สำคัญของหมู เช่น หัวหมู ซี่โครงหมู ขาหมู (หน้า-หลัง) หางหมู มาต้ม ให้สุกทั้งตัว และมาประกอบกันให้เป็นตัวหมู แล้วใส่ไว้ใน "ปานเผือน” (ภาชนะจักสานคล้ายกระจาด) เหล้า (ตามปกติจะเตรียมต้มเหล้าไว้ล่วงหน้าใส่ไหฝังดินไว้ 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อให้ได้เหล้าดีมีคุณภาพ)  เพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ โดยนำไปวางไว้ที่ห้องผีเรือน การดำเนินการจะเป็นหน้าที่ของหมอเสน นอกจากหมูแล้ว อาหารที่นำไป เซ่นไหว้ที่สำคัญประกอบด้วย ขนมต่างๆ ได้แก่ ข้าวต้มมัด มันต้ม เผือกต้ม และผลไม้ ตามฤดูกาล ส่วนของคาว จะประกอบด้วย ไก่ต้ม หรือไก่ซ้อง ที่ต้องต้มให้สุกทั้งตัว ปลาช่อนย่าง ๑ ตัว แกงบอน แกงหน่อไม้ดอง ต้มกระดูกหมูใส่หน่อไม้ดอง ลาบเลือด ที่ขาดไม่ได้คือ ขนมจีนน้ำยา นำอาหารทุกอย่างใส่ไว้ที่ปานเผือน เพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ พร้อมกับหมูที่เตรียมไว้ จากนั้นลูกหลานก็จะยกปานเผือน ที่ใส่อาหารไว้เข้าไว้ในห้องผี เพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ต่อไป นอกจากอาหารแล้ว จะมีเหล้าอีก ๑ ขวด ในการเซ่นไหว้ ในพิธีการ หมอเสนจะให้ลูกหลานยกปานเผือนขึ้นเหนือหัว แล้วกล่าวตามหมอเสน โดยเรียกและกล่าวชื่อของบรรพบุรุษให้มากินอาหารที่ลูกหลานได้นำมาเซ่นไหว้ และหากมีสิ่งใดที่ลูกหลานได้กระทำผิดก็จะมีการกล่าวคำขอโทษด้วย หลังจากพิธีการผ่านไป ๑ ชั่วโมง หมอเสนก็จะมีการบอกกล่าวกับบรรพบุรุษอีกครั้งว่า หลังจากบรรพบุรุษได้กินอิ่มแล้ว จะนำปานเผือนที่มีอาหารนี้ไปให้ลูกหลานได้กินกัน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ลูกหลานต่อไป ที่สำคัญพิธีและประเพณีนี้จะต้องเชิญเพื่อนบ้านที่เป็นไทยทรงดำมากินอาหารด้วย

 

ประเภทฐานข้อมูลทางวัฒนธรรม

ชื่อข้อมูล ยำหัวปลีดิบ
ลักษณะและประเภท อาหารคาว
องค์ประกอบของอาหาร  
 วัตถุดิบ  
1. ไก่สด จำนวน  3  กิโลกรัม
2. หนังหมูหั่นฝอย จำนวน  2  กิโลกรัม
3. มะพร้าวขูด จำนวน  2  กิโลกรัม
4. หอมแห้ง จำนวน  0.5  กิโลกรัม
5. กระเทียมแห้ง จำนวน  0.2  กิโลกรัม
6. หัวปลี จำนวน  25  กิโลกรัม
7. น้ำมะนาว จำนวน  3  กิโลกรัม
8. ถั่วลิสงป่น จำนวน  2  กิโลกรัม
9. น้ำตาลปีบ จำนวน  1  กิโลกรัม
10. น้ำพริกเผา จำนวน  1  กิโลกรัม
11. น้ำปลา จำนวน  1  ลิตร

วิธีการเตรียมวัตถุดิบ

 
 
  1. นำไก่ไปล้างน้ำ ต้มให้สุก แล้วฉีกเป็นฝอย
 
  1. ลวกหนังหมูที่หั่นฝอยไว้จนสุกแล้ว ตักขึ้นพักไว้
 
  1. นำมะพร้าวที่ขูดแล้วไปคั่วให้เหลือง
 
  1. หอมแห้ง กระเทียมแห้ง ปอกเปลือกและหั่นบาง ๆ นำไปเจียวให้เหลือง
 
  1. หัวปลี ลอกกาบออก ผ่าครึ่งหั่นบาง ๆ แช่น้ำมะนาวหรือน้ำมะขามเปียก (ไม่ให้ดำ)

วิธีการทำ

 
 
  1. เนื้อเอ็นแก้วต้องต้มให้สุกเปื่อยก่อน เวลานำมาเคี่ยวน้ำซุปจริง ๆ จะได้น้ำซุปที่ใสน่าทานกว่า
 
  1. ผักที่ใส่ลงไปถ้าจะให้สุกเร็ว ให้ลวกก่อนจะได้ไม่ต้องเคี่ยวนาน

 

ประเภทฐานข้อมูลทางวัฒนธรรม

ชื่อข้อมูล ซุปเนื้อเอ็นแก้ว
ลักษณะและประเภท อาหารคาว
องค์ประกอบของอาหาร  
 วัตถุดิบ  
1. เอ็นเนื้อวัว จำนวน           500     กรัม
2. หัวหอมใหญ่ จำนวน           1        ขีด
3. มะเขือเทศ จำนวน           1        ลูก
4. มันฝรั่ง จำนวน           1        ขีด
5. ใบกระวานฝรั่ง จำนวน           2        ใบ
6. แป้งสาลี จำนวน            ½       ช้อนโต๊ะ
7. น้ำสต็อกวัว จำนวน           5        ถ้วยตวง
8. ผักชีฝรั่ง จำนวน           5        กรัม
9. เกลือป่น จำนวน           ½       ช้อนชา
10. พริกไทยป่น จำนวน           ½       ช้อนชา
11. น้ำมันมะกอก จำนวน           1        ช้อนโต๊ะ
12. แครอท จำนวน           ½       หัว

ส่วนประกอบและวิธีทำ ซุปเนื้อเอ็นแก้ว

 
 
  1. นำเอ็นเนื้อวัวไปต้มจนสุกเปื่อยดีก่อน แยกพักไว้
 
  1. หั่นหัวหอมใหญ่ให้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า, หั่นมะเขือเทศ, หั่นมันฝรั่งให้เป็นลูกเต๋า, หั่นผักชีฝรั่งเตรียมไว้
 
  1. นำน้ำมันมะกอกใส่หม้อตั้งไฟ
 
  1. ใส่แป้งสาลีลงไป คนไปเรื่อย ๆ แล้วเติมน้ำสต็อกวัว ให้เดือดแล้วใส่ใบกระวานคนไปเรื่อย ๆจนน้ำ เริ่มงวด กรองเอาแต่น้ำ
 
  1. นำน้ำที่กรองแล้วตั้งไฟ ใส่เอ็นเนื้อที่เคี่ยวแล้วลงไปจนเดือด
 
  1. ใส่หอมใหญ่ แครอท มันฝรั่งลงไปจนสุก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ตักใส่ถ้วยโรยหน้าด้วยผักชีฝรั่ง

เทคนิคการทำ ซุปเนื้อเอ็นแก้ว

 
 
  1. เนื้อเอ็นแก้วต้องต้มให้สุกเปื่อยก่อน เวลานำมาเคี่ยวน้ำซุปจริง ๆ จะได้น้ำซุปที่ใสน่าทานกว่า
 
  1. ผักที่ใส่ลงไปถ้าจะให้สุกเร็ว ให้ลวกก่อนจะได้ไม่ต้องเคี่ยวนาน
 
  1. การตุ๋น 2 ครั้ง จากน้ำสต็อก 5 ถ้วยตวง เคี่ยวจนเหลือน้ำซุปประมาณ 3 ถ้วยตวง
 
  1. ถ้าไม่ตุ๋นหรือต้มหางวัวให้เปื่อยก่อน เอาใส่ลงไปในน้ำซุปที่ใช้ต้มจริงเคี่ยวไปที่เดียวเลย จะสุกยาก ใช้เวลานานกว่าจะเปื่อย และทำให้ซุปสีขุ่นคล้ำไม่น่าทาน