104 หมู่ 5 ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี 76130 0 3245 8284 thamairuak_thamairuak@hotmail.com

thamairuak.png
thamairuak.png
wad.png
wad.png
previous arrow
next arrow

มอบหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และแอลกอฮอล์

เทศบาลตำบลท่าไม้รวก มอบหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และแอลกอฮอล์ จากงบสนับสนุนของสันนิบาตเทศบาล

          เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. วันที่  ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓  นายสิริศักดิ์ สมบัติทวีพูน นายกเทศมนตรีตำบลท่าไม้รวก พร้อมด้วยนายณัฐกฤช กรีธาธร รองนายกฯ และคณะผู้บริหาร ได้มอบแอลกอฮอล์ น้ำยาฆ่าเชื้อ และหน้ากากอนามัย ให้กับ สถานีตำรวจภูธรท่าไม้รวก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง ๕ ศูนย์ในสังกัด และศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เทศบาลตำบลท่าไม้รวก

          สำหรับสิ่งของที่นำมาจัดมอบในครั้งนี้ได้รับงบสนับสนุนจาก สันนิบาตเทศบาลจังหวัดเพชรบุรี เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้นำไปจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19

   

   

ศาสนสถาน

เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 06 เดือน กุมภาพันธ์ ปี 2510 วันรับวิสุงคามสีมา ปี 2511 เป็นศูนย์รวมจิตใจและศูนย์การ ประกอบพิธีทางศาสนา และวัฒนธรรม ของบ้านหนองชุมแสง , บ้านดอนขุนห้วย เป็นวัดฝ่ายมหานิกาย ประเภทวัดราษฎร์ สถานที่ตั้ง หมู่ที่ 4 ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
ชื่อบุคคล/หน่วยงานอ้างอิง เทศบาลตำบลท่าไม้รวก ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี รหัสไปรษณีย์ 76130 หมายเลขโทรศัพท์ 032-458284
ค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ 12.87522198343655, 99.84188782386495

   

เริ่มก่อตั้งเมื่อ 13 เดือน ตุลาคม ปี 2529 เป็นศูนย์รวมจิตใจและศูนย์การ ประกอบพิธีทางศาสนา และวัฒนธรรม ของบ้านท่าลาว , บ้านไร่หลวง เป็นวัดฝ่ายมหานิกาย ประเภทวัดราษฎร สถานที่ตั้ง 107 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
ชื่อบุคคล/หน่วยงานอ้างอิง เทศบาลตำบลท่าไม้รวก ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี รหัสไปรษณีย์ 76130 หมายเลขโทรศัพท์ 032-458284
ค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ 12.832602534685044, 99.8038272927571

   

 

เริ่มก่อตั้งเมื่อ ปี 2531 วันรับวิสุงคามสีมา วันที่ 15 เดือน มกราคม ปี 2557 เป็นศูนย์รวมจิตใจและศูนย์การ ประกอบพิธีทางศาสนา และวัฒนธรรม ของบ้านหนองเตียน , บ้านท่าไม้รวก เป็นวัดฝ่ายมหานิกาย ประเภทวัดราษฎร์ สถานที่ตั้ง หมู่ที่ 2 ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
ชื่อบุคคล/หน่วยงานอ้างอิง เทศบาลตำบลท่าไม้รวก ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี รหัสไปรษณีย์ 76130 หมายเลขโทรศัพท์ 032-458284
ค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ 12.886642501195896, 99.82258629009733

 

พระครูพิพิธพัชรศาสตร์ (จ้วน จนทศิริ) เป็นศิษย์เอกหลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง
นามเดิม นายจ้วน กล่อมใจ เกิดวันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2463
บิดาชื่อ นายจุ้ย กล่อมใจ
มารดาชื่อ นางเหลื่อน กล่อมใจ
นามฉายา “ จนทสิริ” ปฐมวัยและการศึกษาเป็นคนมีนิสัยร่าเริงแจ่มใส ชอบร้องเพลงมีความโอบอ้อมอารี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
พ.ศ. 2476 เริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดท่าคอย พร้อมทั้งช่วยเหลือบิดา-มารดาประกอบอาชีพคือ ทำนา ทำไร่ ชอบสัตว์มากที่สุด คือ วัว มีวัวคู่ใจชื่อ จี่ เคยใช้ไม้ตีวัว ไม้หักกระเด็นเข้าตาซ้ายจึงทำให้ตาซ้ายพิการ
อุปสมบท เมื่อถึงเกณฑ์อุปสมบท ก็เข้าอุปสมบทตามประเพณี ณ วัดท่าคอย ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม 2484 พระอธิการชัน วัดอรัญญาราม ตำบลมาบปลาเค้า อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการผิว วัดตาลกง ตำบลมาบปลาเค้า อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระกรรมวาจารย์ และพระอธิการรวม วัดท่าคอย ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระอนุสาวจารย์
ลำดับการจำพรรษา
-เข้าอุปสมบทที่วัดท่าคอย และจำพรรษาอยู่ 3 พรรษา
-ได้จำพรรษาที่วัดโตนดหลวงกับหลวงพ่อสุข อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อยู่ 4 พรรษา เพื่อศึกษาวิชากรรมฐาน
-ได้ธุดงค์ไปจำพรรษาที่ถ้ำเขาปินะ คืนที่ 3 เสือมากวนตะกุยดิน ใส่กรด แล้วไปภูเก็ต นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส
-จำพรรษาที่วัดเกาะหงษ์ อำเภอปากน้ำโพธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ 1 พรรษา เพื่อศึกษาวิชาต่อกระดูกกับหลวงพ่ออินทร์ พอออกพรรษาขึ้นเมืองเหนือ ไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่
-กลับมาเยี่ยมอาจารย์ที่วัดท่าคอย แล้วไปเยี่ยมอาจารย์ที่วัดโตนดหลวง แล้วจำพรรษาที่วัดโตนดหลวง เรียนวิปัสสนาต่ออีก 1 พรรษา พอออกพรรษาตั้งใจจะธุดงค์ไปพม่า ผ่านทางวัดเขาลูกช้างและเขาตาหม้อ ไม่พบทางลงถ้ำจึงกลับมาพักที่เขาลูกช้าง ซึ่งมีศาลาอยู่ 1 หลัง พบตกกลางคืนได้พบนิมิตรดี และได้มีญาติโยมนิมนต์ไปอยู่ที่วัดเขาลูกช้าง
-อยู่ที่วัดเขาลูกช้างๆได้เจอกับช้างดำใหญ่ จึงต้องไปเรียนวิชาต่อที่วัดเวียงทุนกับหลวงพ่อแก่น อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี แล้วกลับมาเขาลูกช้าง
-ไปรักษาตัวอยู่ที่วัดถ้ำแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี 1 พรรษา
-ได้กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดท่าคอยอีก 2 พรรษา
แรงบันดาลใจที่ทำให้ตัดสินใจสร้างวัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง
1. จากชาวบ้านที่นิมนต์ไปอยู่ที่นี่ ท่านจึงกลับไปวัดท่าคอยเพื่อปรึกษาครู-อาจารย์ และชาวบ้านในการตัดสินใจสร้างวัด ฝ่ายสงฆ์เห็นสมควรจึงจัดขบวนแห่งหลวงพ่อจ้วนมา ณ เขาลูกช้าง โดยจักรยาน
2. หลวงพ่อสุข วัดโตนดหลวง และหลวงพ่อรวม วัดท่าคอย ให้การสนับสนุน
3. เกิดธรรมปีติที่เขาลูกช้าง
4. ทำสมาธิโดยการนั่งกรรมฐาน เกิดนิมิตเห็นม้าสีหมอก มีเครื่องทรงเป็นทองคำ ถือว่าเป็นนิมิตดีที่จะสร้างวัดได้สำเร็จ
5. สถานที่ เหมาะที่จะศึกษาธรรมะ เพราะเป็นที่เงียบสงบ
วิทยฐานะ
- พ.ศ. 2479 สำเร็จวิชาสามัญประถมปีที่ 4 โรงเรียนวัดท่าคอย
- พ.ศ. 2484 สอบได้นักธรรมตรี
- พ.ศ. 2485 สอบได้นักธรรมโท
ตำแหน่งตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
- พ.ศ. 2494 เจ้าอาวาสวัดเขาลูกช้าง
- พ.ศ. 2509 เจ้าคณะตำบลท่าคอย เขต 2
- พ.ศ. 2522 เจ้าคณะอำเภอท่ายาง
ตำแหน่งตามสมศักดิ์
- พ.ศ. 2503 พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี
- พ.ศ. 2506 พระครูสัญญาบัตรชั้นโท
- พ.ศ. 2512 พระครูสัญญาบัตรชั้นเอก
- พ.ศ. 2517 พระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ
การเผยแพร่พระพุทธศาสนา
- พ.ศ. 2495 เป็นครูสอนปริยัติธรรม เป็นเจ้าสำนักเรียน จัดตั้งศูนย์พุทธศาสนา วันอาทิตย์เพื่ออบรมเยาวชนให้มีความรู้ ความเข้าใจในพุทธศาสนา
- พ.ศ. 2500 ได้เทศน์อบรมประชาชน และนักเรียนประชาบาลในอำเภอท่ายางเป็นครั้งคราว
- พ.ศ. 2502 เป็นกรรมการอำนวยการสอบธรรมสนามหลวง สนามสอบอำเภอท่ายาง เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง
การปกครอง
- พ.ศ. 2505 ได้ช่วยเหลือราชการตำรวจ นำนายจันทร์ เพชรทิพย์ (เสือจันทร์) เข้ามอบตัว
- พ.ศ. 2506 ได้ช่วยเหลือราชการตำรวจสันติบาล กอง 2 โดยให้ความร่วมมือป้องกันปราบปรามคอมมิวนิสต์
ด้านการศึกษา
- สร้างอาคารเรียนบ้านท่าลาว 1 หลัง แบบ ป. 1 ข. เป็นเงิน 14,000 บาท
- สร้างอาคารเรียนโรงเรียนบ้านหนองชุมแสง 1 หลัง แบบ ป. 1 ข. เป็นเงิน 220,000 บาท
- สร้างอาคารเรียนโรงเรียนหนองเขาอ่อน 1 หลัง เป็นเงิน 80,000 บาท
- สร้างอาคารเรียนโรงเรียนบ้านหนองโรง 1 หลัง เป็นเงิน 100,000 บาท
- จัดหาเงินสมทบสร้างอาคารเรียนโรงเรียนหนองเตียนเป็นเงิน 10,000 บาท
- ติดต่อขอที่ดินสร้างอาคารเรียนโรงเรียนบ้านหนองเตียนเป็นเงิน 12,000 บาท
- สร้างอาคารเรียนชั่วคราวให้โรงเรียนบ้านเขากระปุก 1 หลัง เป็นเงิน 3,000 บาท
- จัดซื้อสมุด ดินสอ แจกแก่เด็กนักเรียนเป็นเงิน 2,500 บาท
- ให้ทุนแก่นักเรียนที่ยากจนทุนละ 1,200 บาท 2 ทุน 2,400 บาท
- มอบเงินเข้ามูลนิธิการศึกษาโรงเรียนท่ายางวิทยา 1,000 บาท
- มอบยารักษาโรคให้แก่โรงเรียนต่าง ๆ ในกลุ่มหนองชุมแง 6,000 บาท
- มอบถังใส่น้ำให้แก่โรงเรียนวัดท่าลาว 1 ถัง เป็นเงิน 800 บาท
- มอบถังใส่น้ำให้โรงเรียนหนองยาฉาว 1 ถัง เป็นเงิน 800 บาท
- มอบถังใส่น้ำให้กับโรงเรียนหนองโรง 1 ถัง เป็นเงิน 800 บาท
ผลงานทางด้านการคมนาคม
1. ติดต่อรถแทรกเตอร์ จาก ก.ร.ป. มาช่วยทำทาง
2. สร้างสะพานห้วยทวยล่าง สะพานห้วยทวายบน (ทางไปบ้านโรง เขากระปุก)
3. สร้างทางไปบ้านโรง เขากระปุก ระยะทาง 16 กิโลเมตร
6. สร้างถนนสาย สาระเห็ด-ท่าไม้รวก ยาว 5 กิโลเมตร
7. สร้างถนนสาย สาระเห็ด-บ้านหนองเขาอ่อน ยาว 8 กิโลเมตร
ปาฏิหาริย์ “หลวงพ่อจ้วน” เข้าฝันให้ขุดเรือเก่าอายุกว่า ๓๐ปี
อดีตพระเกจิอาจารย์ดังเมืองเพชร หลวงพ่อจ้วน วัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง เขาฝันชาวบุรีรัมย์ ให้ไปขุดเรือเก่า ริมแม่น้ำเพชรบุรีซึ่งการขุดนั้นก็พบเรือตามที่เข้าฝัน ทั้งนี้ได้มีชาวบ้านและนักแสวงโชคเดินทางไปร่วมชมกันเป็นจำนวนมาก
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่8 มีนาคม 2551 ซึ่งเป็นเรือของพระครูพิพิธพัชรศาสน์ หรือหลวงพ่อจ้วน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และอดีตเจ้าคณะอำเภอท่ายาง ที่ได้มรณภาพไปเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2525 โดยเรือที่ขุดพบนั้นอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ลักษณะเป็นเรือสร้างด้วย
ไม้ตะเคียน มีความยาวประมาณ 9เมตร เป็นเรือประมงแบบ “เรืออีป๊าบ”ที่ชาวประมงใช้ออกทะเลทั่วไป ซึ่งฝั่งอยู่ในดินลึกประมาณเกือบ 2 เมตร
สำหรับการขุดพบเรือในครั้งนี้นางสำเภา ชอบสุข อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 ม.2 ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ผู้ว่าจ้างรถแม็คโครเปิดเผยว่า หลวงพ่อจ้วนได้มาเข้าฝันพี่ชาย ซึ่งบวชอยู่ที่วัดพระพุทธบาทเขาลูกช้างว่า ให้ช่วยไปขุดเรือของหลวงพ่อที่ลูกศิษย์พายไปจมอยู่ที่บริเวณใต้สะพานเขาลูกช้างมาเก็บไว้ที่วัดด้วย พระพี่ชายจึงนำความฝันมาเล่าให้ตนฟัง
นางสำเภา เล่าต่อว่าครั้งแรกมีความคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้แต่ต่อมาตนได้ฝันด้วยตนเองว่าหลวงให้ช่วยไปขุดนำเรือลำดังกล่าวขึ้นมาพร้อมกับนำความฝันไปตีเป็นเลขเด็ดและซื้อล็อตเตอรี่และถูกมาแล้วหลายครั้ง ด้วยความศรัทธาตนจึงได้เดินทางมาที่ จ.เพชรบุรี และไปแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ อบต.ท่าไม้รวก ขออนุญาตจัดจ้างรถแม็คโคร มาทำการขุดบริเวณดังกล่าวซึ่งใช้เวลาเกือบ 2 วันจนพบเรือลำนี้
ด้านชาวบ้านที่มายืนมุงดูการขุดเรือต่างพากันไปเก็บดินที่ติดอยู่ในเรือไว้บูชา ตามความเชื่อเพื่อความเป็นสิริมงคลซึ่งก็มีประชาชนต่างทยอยเดินทางกันมาอย่างต่อเนื่อง และนำดินที่ติดอยู่กับเรือไปเก็บไว้เพื่อความเป็นสิริมงคลและนำพวงมาลัยดอกไม้ มาคล้องที่หัวเรือกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีประชาชนส่วนหนึ่ง ใช้มือลูบบริเวณลำเรือเพื่อหาเลขเด็ด ตามความเชื่อของนักแสวงโชคด้วย
จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่าเรือลำดังกล่าวจมหายลงไปในน้ำเมื่อประมาณ ๓๐ ปีก่อน ครั้งที่หลวงพ่อจ้วนใช้เป็นเรือขนไม้มาสร้างวัดในสมัยนั้น สำหรับประวัติหลวงพ่อจ้วนอุปสมบทตั้งแต่ปี ๒๔๘๔ ที่วัดท่าคอย อ.ท่ายางเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง ต่อมาได้ออกธุดงค์มาพักอยู่ที่เขาลูกช้างและสร้างศาสนสถานของวัดขึ้นจนเป็นวัดที่สมบูรณ์
อาพาธ-มรณภาพ
- พ.ศ. 2513-2514 ท่านท่านเริ่มมีอาการป่วย เช่น ไข้มาลาเรีย เป็นเบาหวาน รักษาด้วยการต้มยาสมุนไพร
- พ.ศ. 2517 เริ่มป่วยเป็นโรคไต และหัวใจ วัณโรค เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพชรบุรี
- พ.ศ. 2518-2521 หายจากวัณโรค เริ่มป่วยเป็นโรคไตอย่างรุนแรง พร้อมทั้งโรคหัวใจเรื่อยมา โดยมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่ออก นำหนักตัวลดลง เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพชรบุรี จนอาการดีขึ้น
- พ.ศ. 2522 หลังจากงานพระราชเพลิงศพพระครูทัศนียคุณ อดีตเจ้าคณะอำเภอท่ายางแล้ว ท่านมีอาการทรุดหนักลงอีก โดยมีอาการแทรกซ้อน โรคตับโต เส้นเลือดหัวใจตีบ โดยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเปาโล ณ กรุงเทพ ฯ คุณวิรุณ เตชะไพบูลย์ ถวายค่ารักษาทั้งสิ้น
- พ.ศ. 2523-2524 ท่านมีอาการดีขึ้น สามารถปฏิบัติภาระกิจได้ตามปกติ แต่ต้องเข้าตรวจร่างกายตามแพทย์นัดหมาย
- พ.ศ. 2525 ในช่วงต้นปี ท่านมีอาการปกติและอาพาธบ้าง สลับกันไป เนื่องจากมีงานพัฒนาและกิจนิมนต์มาก
- ราวกลางเดือนกรกฎาคม ท่านมีอาการดีขึ้นมาก จนดูเป็นปกติ ได้ไปประชุมพระสังฆาธิการ อบรมพระภิกษุ-สามเณร
- เดือนสิงหาคม ท่านมีอาการทรุดหนัก โรคไตและโรคหัวใจกำเริบ มีอาการท้องขึ้น หายใจไม่สะดวก มีอาการไข้หวัด
- วันที่ 4 กันยายน 2525 ท่านเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่งที่โรงพยาบาลเปาโล ได้รับการรักษามีอาการดีขึ้นเล็กน้อย
- วันที่ 6 กันยายน 2525 ตอนเช้า ฉันน้ำเต้าหู้เกิดสำลัก หายใจไม่ออก มีอาการช็อกจนต้องนำเข้าห้อง ฉุกเฉิน และอยู่ในห้องฉุกเฉินเป็นเวลาได้ 8 วัน จึงมรณภาพเมื่อวันอังคาร ที่ 14 กันยายน 2525 เวลา 6.20 น. คณะแพทย์ลงความเห็นว่าเป็นโรคหัวใจวาย นำศพกลับวัดเขาลูกช้างถึงเวลา 12.50 น. สถานที่ตั้ง 36 ซอย พิพิธพัฒนา 6ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
ชื่อบุคคล/หน่วยงานอ้างอิง เทศบาลตำบลท่าไม้รวก ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี รหัสไปรษณีย์ 76130 หมายเลขโทรศัพท์ 032-458284
ค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์
12.81349213323352, 99.80449887486319

ภูมิปัญญาท้องถิ่น+ข้อมูลทางวัฒนธรรม

ชื่อข้อมูล ฐานข้อมูลทางภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านแพทย์แผนไทย 
สาระสำคัญโดยสังเขป แพทย์แผนไทย ลูกประคบ
ชื่อปราชญ์ชาวบ้าน นางอำพร  ศิริเรือง
 

อยู่บ้านเลขที่  156  หมู่ที่  5  ตำบลท่าไม้รวก  อำเภอท่ายาง  จังหวัดเพชรบุรี

ชื่อข้อมูล ฐานข้อมูลทางภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหัตถกรรม  
สาระสำคัญโดยสังเขป ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน การทำกระเช้าจากใบมะพร้าว สานปลาตะเพียน
ชื่อปราชญ์ชาวบ้าน นางนุชนารถ  แพรเนียม
 

อยู่บ้านเลขที่  3  หมู่ที่  3  ตำบลท่าไม้รวก  อำเภอท่ายาง  จังหวัดเพชรบุรี

ชื่อข้อมูล ฐานข้อมูลทางภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหัตถกรรม  
สาระสำคัญโดยสังเขป ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน การสานเข่ง
ชื่อปราชญ์ชาวบ้าน นายสมคิด  ใจฉ่ำ
 

อยู่บ้านเลขที่  128 หมู่ที่  5  ตำบลท่าไม้รวก  อำเภอท่ายาง  จังหวัดเพชรบุรี

ชื่อข้อมูล ฐานข้อมูลทางภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอุตสาหกรรม   
สาระสำคัญโดยสังเขป อุตสาหกรรมการทำไวน์ผลไม้
ชื่อปราชญ์ชาวบ้าน นางปัทมา  สถวิรวงศ์
 

อยู่บ้านเลขที่ 116  หมู่ที่  13  ตำบลท่าไม้รวก  อำเภอท่ายาง  จังหวัดเพชรบุรี

ชื่อข้อมูล ฐานข้อมูลทางภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านเกษตรกรรม
สาระสำคัญโดยสังเขป วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์
ชื่อปราชญ์ชาวบ้าน นางสาวสุภิสาข์ มัยขุนทด
 

อยู่บ้านเลขที่ 13/1 หมู่ 7 ตำบล ท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

ประเภทฐานข้อมูลทางวัฒนธรรม

ชื่อข้อมูล ประเพณีเสนเรือน
ประเพณีเกี่ยวกับ ความเชื่อ
ความเป็นมา  
 

พิธีเสนเรือน เป็นพิธีเซ่นไหว้ผีเรือนของชนเผ่าไททรงดำ ซึ่งเป็นผีบรรพบุรุษ ได้แก่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย และบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และได้ทำพิธีอัญเชิญมาไว้บนเรือน โดยจัดให้อยู่มุมห้อง ๆ หนึ่ง ทางหัวสกัดของบ้านเป็นการสมมติไม่มีกระดูกและสัญลักษณ์ใด ๆ ว่าเป็นผีตนใด เป็นที่ว่างเปล่า     ตรงนั้นจะเรียกว่า "กะล้อห้อง” ซึ่งแปลว่ามุมห้อง ตามปกติที่ตรงนั้นจะมีถ้วยชามและแก้วน้ำตั้งอยู่และข้างฝาบริเวณนั้นจะเจาะเป็นรูกลมเท่าไข่เป็ดลอดไว้ด้วย พิธีเสนเรือนนิยมทำกันเป็นประจำแต่ละบ้านทุกปีหรือ ๒-๓     ปีครั้งหนึ่ง เพื่อให้ผีเรือนของตนได้มารับเครื่องเซ่นไหว้จากลูกหลาน เป็นการแสดงออกซึ่งความกตัญญู ระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว เชื่อกันว่าเมื่อได้จัดพิธีเซ่นไหว้ผีเรือนแล้วผีเรือนจะปกป้องคุ้มครองรักษาตนและครอบครัวให้มีความสุขเจริญก้าวหน้า ทำมาค้าขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า "เฮ็ดนาก็มีข้าวขาย เฮ็ดไฮ่ก็มีหมากไม้เต็มกอ” ผู้ประกอบพิธีกรรมคือ “หมอเสน” ส่วนผู้ร่วมพิธีได้แก่บรรดาลูกหลาน และญาติๆ รวมทั้งแขกเชิญบางครั้งมีแขกมาร่วมงาน 200 – 300 คน ญาติที่มาร่วมงาน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ญาติสืบสายโลหิต จะแต่งกายแบบธรรมดา และญาติฝ่ายเขย ฝ่ายสะไภ้ จะแต่งกายพิเศษด้วยชุด “เสื้อฮี” หรือเสื้อยาว เพื่อเป็นการเคารพผีเรือน และเป็นที่สังเกตุให้ผู้มาร่วมงานรู้ว่าเป็นเขยหรือสะไภ้

กระบวนการและพิธีกรรม         

พิธีเสนเรือนกระทำในเดือนใดก็ได้ ยกเว้นเดือน ๙ และเดือน ๑๐ ทั้ง ๒ เดือนนี้ เพราะถือกันว่าผีเรือนไม่อยู่บ้านไปเฝ้าเทวดา ดังคำกล่าว "เดือนสิบเดือนเก้าผีเฮือนต่างไปเฝ้าแถน” ดังนั้น การทำพิธีเสนเรือนในระยะ ๒ เดือนนี้ จึงไม่บังเกิดผลใด ๆ โดยปกติแล้วมักทำกันในระยะที่ว่างจากการทำนา แต่ใน   เดือน ๕ ไม่นิยมทำเพราะช่วงดังกล่าวนี้เป็นหน้าแล้ง ไม่ค่อยมีความอุดสมสมบูรณ์ในเรื่องข้าวปลาอาหารและผลไม้ การงดเว้นไม่จัดทำพิธีเสนเรือนนั้น อาจทำให้ผีเรือนของตนอดอยาก และในที่สุดผีเรือนอาจก่อความเดือดร้อนให้ตนและคนที่อยู่ในครอบครัวได้ ดังนั้นทางที่ดีจึงควรทำพิธีเสนเรือนสักครั้งหนึ่งในรอบปี หรือ ๒-๓ ปี ผีในตระกูลเดียวกันเรียกว่า "สิ่ง” เดียวกัน ผีเรือน คือ ผีที่ตายในบ้านนั้น เช่น แก่ตาย และตายดีไม่ใช่ตายโหง ผีตายเพราะอุบัติเหตุเรียกว่าตายโหงจะไม่นำมาเป็นผีเรือน ผีที่ตายในบ้านหลังจากที่เผาศพแล้วจะมีการทำพิธีอัญเชิญวิญญาณให้มาอยู่บนบ้าน เรียกว่าพิธีเรียกผีขึ้นเรือน ทุกบ้านจะมีรายชื่อของผู้ตายหรือบัญชีของผีประจำเรือนไว้เรียกว่า "ปั๊บผีเฮือน” ในวันเสนเรือนหมอเสนจะนำปั๊บผีเรือนมาอ่านรายชื่อผีเรือนเพื่อเชิญมาให้รับของเซ่นไหว้ทีละ ๑ ตน ห้องผีเรือนนี้ปกติเจ้าของบ้านจะระวังมิให้บุคคลภายนอกซึ่งไม่ได้รับอนุญาตเข้าไป ถ้าเผลอเข้าไปโดยที่เจ้าของบ้านมิได้บอกกล่าวผีเรือนถือว่าเป็นการผิดผี เจ้าของบ้านอาจได้รับเคราะห์เอง

การประกอบพิธีเสนเรือนมีขั้นตอน ดังนี้ เริ่มจาก นำส่วนที่สำคัญของหมู เช่น หัวหมู ซี่โครงหมู ขาหมู (หน้า-หลัง) หางหมู มาต้ม ให้สุกทั้งตัว และมาประกอบกันให้เป็นตัวหมู แล้วใส่ไว้ใน "ปานเผือน” (ภาชนะจักสานคล้ายกระจาด) เหล้า (ตามปกติจะเตรียมต้มเหล้าไว้ล่วงหน้าใส่ไหฝังดินไว้ 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อให้ได้เหล้าดีมีคุณภาพ)  เพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ โดยนำไปวางไว้ที่ห้องผีเรือน การดำเนินการจะเป็นหน้าที่ของหมอเสน นอกจากหมูแล้ว อาหารที่นำไป เซ่นไหว้ที่สำคัญประกอบด้วย ขนมต่างๆ ได้แก่ ข้าวต้มมัด มันต้ม เผือกต้ม และผลไม้ ตามฤดูกาล ส่วนของคาว จะประกอบด้วย ไก่ต้ม หรือไก่ซ้อง ที่ต้องต้มให้สุกทั้งตัว ปลาช่อนย่าง ๑ ตัว แกงบอน แกงหน่อไม้ดอง ต้มกระดูกหมูใส่หน่อไม้ดอง ลาบเลือด ที่ขาดไม่ได้คือ ขนมจีนน้ำยา นำอาหารทุกอย่างใส่ไว้ที่ปานเผือน เพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ พร้อมกับหมูที่เตรียมไว้ จากนั้นลูกหลานก็จะยกปานเผือน ที่ใส่อาหารไว้เข้าไว้ในห้องผี เพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ต่อไป นอกจากอาหารแล้ว จะมีเหล้าอีก ๑ ขวด ในการเซ่นไหว้ ในพิธีการ หมอเสนจะให้ลูกหลานยกปานเผือนขึ้นเหนือหัว แล้วกล่าวตามหมอเสน โดยเรียกและกล่าวชื่อของบรรพบุรุษให้มากินอาหารที่ลูกหลานได้นำมาเซ่นไหว้ และหากมีสิ่งใดที่ลูกหลานได้กระทำผิดก็จะมีการกล่าวคำขอโทษด้วย หลังจากพิธีการผ่านไป ๑ ชั่วโมง หมอเสนก็จะมีการบอกกล่าวกับบรรพบุรุษอีกครั้งว่า หลังจากบรรพบุรุษได้กินอิ่มแล้ว จะนำปานเผือนที่มีอาหารนี้ไปให้ลูกหลานได้กินกัน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ลูกหลานต่อไป ที่สำคัญพิธีและประเพณีนี้จะต้องเชิญเพื่อนบ้านที่เป็นไทยทรงดำมากินอาหารด้วย

 

ประเภทฐานข้อมูลทางวัฒนธรรม

ชื่อข้อมูล ยำหัวปลีดิบ
ลักษณะและประเภท อาหารคาว
องค์ประกอบของอาหาร  
 วัตถุดิบ  
1. ไก่สด จำนวน  3  กิโลกรัม
2. หนังหมูหั่นฝอย จำนวน  2  กิโลกรัม
3. มะพร้าวขูด จำนวน  2  กิโลกรัม
4. หอมแห้ง จำนวน  0.5  กิโลกรัม
5. กระเทียมแห้ง จำนวน  0.2  กิโลกรัม
6. หัวปลี จำนวน  25  กิโลกรัม
7. น้ำมะนาว จำนวน  3  กิโลกรัม
8. ถั่วลิสงป่น จำนวน  2  กิโลกรัม
9. น้ำตาลปีบ จำนวน  1  กิโลกรัม
10. น้ำพริกเผา จำนวน  1  กิโลกรัม
11. น้ำปลา จำนวน  1  ลิตร

วิธีการเตรียมวัตถุดิบ

 
 
  1. นำไก่ไปล้างน้ำ ต้มให้สุก แล้วฉีกเป็นฝอย
 
  1. ลวกหนังหมูที่หั่นฝอยไว้จนสุกแล้ว ตักขึ้นพักไว้
 
  1. นำมะพร้าวที่ขูดแล้วไปคั่วให้เหลือง
 
  1. หอมแห้ง กระเทียมแห้ง ปอกเปลือกและหั่นบาง ๆ นำไปเจียวให้เหลือง
 
  1. หัวปลี ลอกกาบออก ผ่าครึ่งหั่นบาง ๆ แช่น้ำมะนาวหรือน้ำมะขามเปียก (ไม่ให้ดำ)

วิธีการทำ

 
 
  1. เนื้อเอ็นแก้วต้องต้มให้สุกเปื่อยก่อน เวลานำมาเคี่ยวน้ำซุปจริง ๆ จะได้น้ำซุปที่ใสน่าทานกว่า
 
  1. ผักที่ใส่ลงไปถ้าจะให้สุกเร็ว ให้ลวกก่อนจะได้ไม่ต้องเคี่ยวนาน

 

ประเภทฐานข้อมูลทางวัฒนธรรม

ชื่อข้อมูล ซุปเนื้อเอ็นแก้ว
ลักษณะและประเภท อาหารคาว
องค์ประกอบของอาหาร  
 วัตถุดิบ  
1. เอ็นเนื้อวัว จำนวน           500     กรัม
2. หัวหอมใหญ่ จำนวน           1        ขีด
3. มะเขือเทศ จำนวน           1        ลูก
4. มันฝรั่ง จำนวน           1        ขีด
5. ใบกระวานฝรั่ง จำนวน           2        ใบ
6. แป้งสาลี จำนวน            ½       ช้อนโต๊ะ
7. น้ำสต็อกวัว จำนวน           5        ถ้วยตวง
8. ผักชีฝรั่ง จำนวน           5        กรัม
9. เกลือป่น จำนวน           ½       ช้อนชา
10. พริกไทยป่น จำนวน           ½       ช้อนชา
11. น้ำมันมะกอก จำนวน           1        ช้อนโต๊ะ
12. แครอท จำนวน           ½       หัว

ส่วนประกอบและวิธีทำ ซุปเนื้อเอ็นแก้ว

 
 
  1. นำเอ็นเนื้อวัวไปต้มจนสุกเปื่อยดีก่อน แยกพักไว้
 
  1. หั่นหัวหอมใหญ่ให้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า, หั่นมะเขือเทศ, หั่นมันฝรั่งให้เป็นลูกเต๋า, หั่นผักชีฝรั่งเตรียมไว้
 
  1. นำน้ำมันมะกอกใส่หม้อตั้งไฟ
 
  1. ใส่แป้งสาลีลงไป คนไปเรื่อย ๆ แล้วเติมน้ำสต็อกวัว ให้เดือดแล้วใส่ใบกระวานคนไปเรื่อย ๆจนน้ำ เริ่มงวด กรองเอาแต่น้ำ
 
  1. นำน้ำที่กรองแล้วตั้งไฟ ใส่เอ็นเนื้อที่เคี่ยวแล้วลงไปจนเดือด
 
  1. ใส่หอมใหญ่ แครอท มันฝรั่งลงไปจนสุก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ตักใส่ถ้วยโรยหน้าด้วยผักชีฝรั่ง

เทคนิคการทำ ซุปเนื้อเอ็นแก้ว

 
 
  1. เนื้อเอ็นแก้วต้องต้มให้สุกเปื่อยก่อน เวลานำมาเคี่ยวน้ำซุปจริง ๆ จะได้น้ำซุปที่ใสน่าทานกว่า
 
  1. ผักที่ใส่ลงไปถ้าจะให้สุกเร็ว ให้ลวกก่อนจะได้ไม่ต้องเคี่ยวนาน
 
  1. การตุ๋น 2 ครั้ง จากน้ำสต็อก 5 ถ้วยตวง เคี่ยวจนเหลือน้ำซุปประมาณ 3 ถ้วยตวง
 
  1. ถ้าไม่ตุ๋นหรือต้มหางวัวให้เปื่อยก่อน เอาใส่ลงไปในน้ำซุปที่ใช้ต้มจริงเคี่ยวไปที่เดียวเลย จะสุกยาก ใช้เวลานานกว่าจะเปื่อย และทำให้ซุปสีขุ่นคล้ำไม่น่าทาน